งดมาม่านะ กินจนเบื่อแล้ว

 

หมายเห็ด : ศิลปินกับนักร้องไม่เหมือนกันนะ ถ้าคนร้องมีส่วนในงานเพลงเช่นแต่งเนื้อ หรือว่าเรียบเรียงทำนองไรงี้ถึงจะเรียกว่าศิลปิน ถ้าร้องเฉยๆ ก็คือนักร้อง (เว้ากันซื่อๆ ก็คือกระบอกเสียง)

 

ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่านักร้องหน้าใหม่เดี๋ยวนี้ผุดขึ้นมายังกะดอกเห็ด  แต่ถามว่าเสียงดีจริงมั้ย???  อันนี้มันก็มีทั้งสองอย่างหลักๆ คือเสียงดี แต่(ส่วนใหญ่)เพลงไม่ดี และ เสียงไม่ดี+เพลงไม่ดี ก็เจ๊งบ๊งกันสิทีนี้

 

แล้วสาเหตุอะไรล่ะที่ทำให้เพลงมันไม่ดี อันนี้ตอบไม่ยาก เป็นเพราะวัฒนธรรมการฟังเพลงของคนไทยส่วนใหญ่

 

ถามจริงๆ ว่าจะมีซักกี่คนที่กล้าบอกว่าไม่ซื้อแผ่นก๊อป พวกประเทือง แวมไพร์ (นับคนที่เลิกซื้อแผ่นก๊อปด้วยนะ)

ก็เพราะเป็นยังงี้ไง ทางค่ายถึงไม่กล้าลงทุนกับนักร้องเยอะๆ ขืนเจ๊งแล้วช้ำในสุดๆ ขาดทุนย่อยยับ

 

แล้วอีกอย่างคือภาครัฐไม่มีการสนับสนุนทางด้านนี้ (โปสเตอร์+อัลบั้มสามของ Super Junior เขียนไว้ว่าขึ้นตรงกับกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม นั่นหมายความว่านี่เป็นสินค้าส่งออก ตั้งใจทำมาเพื่อให้มันส่งออกได้)

 

บ้านเราเพิ่งมาทำนักร้องที่เป็นแนวเต้นเมื่อไม่นานมานี้เอง (ประมาณ 4-5 ปีได้มั้ง) แต่ไลน์การเต้นก็ยังไม่ปึ้กนัก คาดว่าเป็นเพราะนิสัยคนไทยส่วนใหญ่ที่ชอบอะไรที่มันง่ายๆ สบายๆ ชอบทำตัวเด่นๆ ใครทำเด่นเกินก็โดนเขม่น ไรงี้ คือแทนที่จะกัดกันนอกเวลากันดันไปกัดกันในเวลางาน (จำไม่ได้ว่าแหล่งข่าวมาจากไหน ขออภัยด้วย)

 

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องเสียงร้องน่ะ ไทยเรามีดีเยอะ แต่ภาครัฐไม่ดัน ตึ่งโป๊ะกันเลยทีเดียว ---!!!!

 

ยอมรับเถอะว่าอุปสรรคสำคัญสำหรับวงการเพลงไทยอันดับแรกคือคนฟังเพลง อย่างที่สองคือการแบ่งค่าย

บางคนอาจจะคิดว่าทำไมอย่างที่สองถึงไม่เป็นอันดับแรก งั้นลองมาดูตัวอย่าง

                วัยรุ่น 1: แก ลองฟังเพลงของวงนี้สิ มือกลองเทพมากเลยนะ รัวกระเดื่องยังกะปืนกล แถมวงนี้ยังได้รับเชิญให้ไปแสดงคอนเสิร์ตที่เยอรมันด้วยนะ

                วัยรุ่น 2: เพลงเจี้ยไรวะ ฟังไม่รู้เรื่อง ดนตรีก็ปวดหัว ฟังแล้วไมเกรนจะขึ้น เพลงแม่มกากส์ว่ะ

แค่นี้ก็เดี้ยงกันไปเป็นแถบๆ แล้วครับทั่นผู้ชม ---!!!!   เพราะคนที่เป็นคนกำหนดว่าเพลงป๊อปมันฮิตน่ะคือคนฟัง และในเมื่อทางค่ายรู้ว่าคนฟังชอบแบบนี้ เค้าก็ทำมาแต่แบบนี้ ดีไม่ดียัดเยียดให้ฟังด้วยซ้ำ (อย่าเถียง กล้าพูดมั้ยล่ะว่าวิทยุเปิดเพลงหลายแนวอ่ะ -0-)

ส่วนการแบ่งค่าย ก็เป็นการปิดกั้นการที่ให้คนที่มีความสามารถแต่อยู่ต่างค่ายมาทำงานร่วมกัน แค่นั้นเอง

 

ที่จริงกะว่าจะเขียนเรื่องคุณภาพของศิลปินอย่างเดียว แต่กลายเป็นว่าย้อนไปถึงการตลาดเลยซะงั้น =_=’’

 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วกมาเรื่องการตลาดเลยแล้วกัน     

            เชื่อมั้ยว่างานหลักของนักร้องไทยคืองานจ้างตามผับ บาร์ อะไรเทือกนี้    งานดึกๆ ดื่นๆ ข้ามวันกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าแนวเพลงก็ต้องอิงกระแส ไม่งั้นคนไม่ฟัง

                และในเมื่อคนฟังส่วนใหญ่ยังพอใจกับแนวเพลงเดิมๆ โครงสร้างเพลงเดิมๆ เนื้อร้องแบบเดิมๆ เสียงแบบเดิมๆ มันก็กลายเป็นว่าย่ำอยู่กับที่ไง ต้องโทษที่คนฟัง

 

ส่วนเรื่องตัวเพลงเนี่ย หลายๆ เพลงก็ไปก๊อปเพลงต่างชาติมาแบบหน้าด้านๆ (ใส่เครดิตเป็นของตัวเองเฉยเลย ยกตัวอย่าง เช่น เพลงได้ยินไหม ของดา เอนโดรฟิน ก๊อปเพลง so small มา ไปหาได้ในยูทูบ)

ที่จริงการเอาเพลงตปท. มาใส่เนื้อไทยนี่มันมีมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สมัยดิอิมพอสสิเบิ้ล วายนอทเซเว่น

 

 

มาที่เรื่อง booklet อัลบั้มกันมั่ง (เทียบกับฝั่งญี่ปุ่นพอ เอาใกล้ๆ ตัวก่อน)  (booklet ของฝั่งเกาและยุ่นจะคล้ายๆ กัน)

 

อันนี้เป็นอัลบั้มของไทย   (สาบานได้ว่าเป็นอัลบั้ม ไม่ใช่ซิงเกิ้ล)

 หมายเห็ด : booklet อัลบั้มของไทยที่ทำเป็นเล่มๆ เหมือนอัลบั้มฝั่งยุ่นก็มี แต่หาได้น้อยมาก 

 

 

 

อันนี้เป็นอัลบั้มรวมเพลงฮิต  (ถ่ายสองอันคู่กัน)  (อันที่อยู่ด้านขวาใช้ภาพจากอัลบั้มสามของเจ้าตัวด้วยเหอะ)

 

 

 

มาดูฝั่งญี่ปุ่นกันมั่ง

 

อันนี้เป็น Single CD Version

 

 

 

ส่วนอันนี้เป็นแบบ DVD Version

 

 

 

อันนี้เป็น booklet อัลบั้มรวมเพลง ถ่ายใหม่หมดยกเซตยังกะทำอัลบั้มใหม่ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นแค่อัลบั้มรวมเพลงฮิต

 

 

 

เรื่องนี้จบเพียงแค่นี้ ถ้าอยากรู้เรื่องไหนเพิ่มเติมบอกมาด้วยก็ดีครับ เพราะประเด็นมันเยอะมาก เลือกเขียนแทบไม่ถูกเลย 55+

 

 

 

 

 

edit @ 16 May 2010 14:12:40 by Xiao Long

edit @ 16 May 2010 14:49:05 by Xiao Long